Creative Citizen

ขนมดีไซน์เก๋จากอาหารเหลือทิ้งผลิตจากเครื่องพิมพ์ 3D ช่วยลดการกินทิ้งกินขว้าง

Reading Time: 2 minutes
78 Views

วิกฤตขยะอาหารเป็นปัญหาระดับโลก ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา โดย 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกในแต่ละปี หรือประมาณ 1.3 พันล้านตัน จะกลายเป็นขยะอาหารที่ไร้ประโยชน์และคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 2 ล้านตันภายในปี 2030 ที่สำคัญขยะอาหารเหล่านี้ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายโดยเฉพาะก๊าซมีเทนที่มีความรุนแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 20 เท่า ซึ่งจะทำลายชั้นบรรยากาศโลกหรือทำให้โลกร้อนขึ้น

เพื่อเป็นการต่อสู้กับวิกฤตการณ์ดังกล่าว Elzelinde Van Doleweerd หญิงสาวชาวดัชต์ผู้จบการศึกษาจาก Eindhoven University of Technology จึงร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยี 3D ในประเทศจีน เปลี่ยนขยะอาหารให้กลายเป็นขนมหน้าตาน่ารับประทานด้วยเครื่องพิมพ์ 3D  โดยใช้วัตถุดิบคือ ขยะอาหาร (ประเภทที่ไม่ได้เน่าเสีย) ที่ถูกทิ้งด้วยเหตุที่มีปริมาณมากเหลือใช้ หรือรูปร่างไม่สวยหรือเนื้อสัมผัสไม่ได้มาตรฐาน โดยครั้งนี้ วัตถุดิบหลักที่เธอเลือกใช้ คือข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวจีนและเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก วิธีการก็คือนำข้าวมาผสมกับผักและผลไม้ที่เหลือทิ้งอาทิ มันม่วง แครอท บดให้เข้ากันจนละเอียดและมีลักษณะเหนียว จากนั้นเติมสมุนไพรและเครื่องเทศลงไปเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรสหวาน รสเค็ม หรือรสเผ็ด จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ไปเข้าเครื่องพิมพ์ 3D เพื่อพิมพ์ออกมาในรูปแบบต่างๆทั้งแบบ 2D และ 3D เช่น รูปทรงเลขาคณิต รูปดาว และรูปดอกไม้ และขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปอบให้แห้งเพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ยืดระยะเวลาการเก็บและทำให้เนื้อสัมผัสกรอบขึ้นด้วย

Van Doleweerd เริ่มสนใจการพัฒนาอาหารจากเครื่องพิมพ์ 3D หลังจากที่เธอพบว่ามีอาหารมากมายในโลกที่เหลือทิ้งกลายเป็นขยะอาหาร เธอจึงพยายามค้นหาวิธีที่จะใช้ขยะเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ เริ่มแรกเธอนำขนมปังเหลือทิ้งมาเป็นวัตถุดิบในการพิมพ์ จากนั้นก็เริ่มศึกษาและหาวัตถุดิบอื่นๆเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นขนมหน้าตาน่ารับประทานอย่างที่เห็น ซึ่งขณะนี้เธอกำลังศึกษาและทดลองส่วนผสมอื่นๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างให้กับขนมอีกด้วย

อ้างอิง: Inhabitat


Author:

Nungruethai Katuszkewski
Nungruethai Katuszkewski
แป้ง อดีตเคยทำงานด้าน Marketing และ Buyer แต่ด้วยใจที่รักการเขียนและชอบศึกษาภาษาต่างประเทศ บวกกับการชอบเดินทางท่องเที่ยว ทำให้ผันตัวเองมาเป็นนักเขียนและนักแปลอิสระให้กับนิตยสารและบริษัทต่างๆ
Close Menu