14 Nov 2018

#เอาจริงให้ยุงสิ้นลาย ชวนตักทรายกลับบ้านให้ลูกน้ำยุงลายกินให้ท้องแตกตาย

#เอาจริงให้ยุงสิ้นลาย เพราะ ‘ยุงลาย’ เป็นพาหะนำโรคติดต่อ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ถ้ายุงไม่สิ้นลาย คนก็ตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากสถิติตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม– 4 กันยายน 2560 พบว่ามีรายงานผู้ป่วยแล้ว 34,459 ราย และในที่นี้มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง 49 ราย สูงขึ้นจากปีก่อนๆ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  เผยข้อมูลว่ายุงลาย 1 ตัว สามารถออกลูกได้ถึง 500 ตัว และไข่ยุงลายก็สามารถอยู่ได้เป็นปีแม้จะไม่ได้อยู่ในน้ำ โดย สสส.พยายามรณรงค์สร้างความตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้ถูกหลักสู่การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงห่างไกลโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ โดยการเผยแพร่วิธีป้องกันไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์เพื่อไม่ให้ยุงวางไข่ได้

ล่าสุด สสส. ร่วมกับ กรมป้องกันโรคติดต่อ และเอเยนซี่โฆษณา Leo Burnett  นำเสนอไอเดียการสื่อสารการกำจัดยุงลายอีกวิธี ด้วยการสร้างงานประติมากรรมทราย เรียกว่า ‘Scoop to Kill’ (แบบที่เราอาจเห็นบ่อยๆ ในแหล่งท่องเที่ยว)  แต่บนกองทรายถูกสลักด้วยข้อความ ‘ยุงลาย 1 ตัว ออกลูกได้ 500 ตัว ตักทรายไปให้ลูกน้ำกิน ท้องแตกตาย’ เพราะทรายนั้นไม่ใช่ทรายธรรมดาแต่คือ ‘ทรายกำจัดลูกน้ำยุง’ หรือทรายอะเบต ทรายเคลือบสารเคมีที่มีฟังก์ชั่นในการกำจัดลูกน้ำยุงลายประสิทธิภาพสูง ที่เจ๋งอีกคือทุกคนสามารถตักทรายอะเบตกลับไปใช้กำจัดลูกน้ำยุงลายที่บ้านของตัวเองได้อีกด้วย โดยโรยทรายกำจัดลูกน้ำยุงลงในบริเวณที่มีน้ำขัง หรือที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เช่น โอ่งน้ำ แจกัน จานรองขาตู้กันมด รวมถึงกระป๋อง กะลา ยางรถยนต์ที่มีน้ำขัง ในปริมาณน้อยนิด หริอใช้ในอัตราส่วนทราย 1 กรัม ต่อน้ำ 10 ลิตร  ก็สามาถกำจัดลูกน้ำยุงลายก่อนที่พวกมันจะกลายร่างเป็นยุง

ประติมากรรมทราย Scoop to kill ถูกกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจากสถิติล่าสุดจากกรมโรคติดต่อพบว่ายอดผู้ป่วยจากยุงลายเป็นพาหะลดลงจากปีที่แล้วถึง 18 %  ตอนนี้ประติมากรรมทรายอาจถูกตักออกไปหมดแล้ว แต่หากสนใจก็สามารถติดต่อขอรับทรายกำจัดลูกน้ำได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ประจำเขต (กทม.) ส่วนต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานเทศบาล อบต. และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล

อ้างอิง : สสส, SpikesAsia2018

Source //

Tag //, , ,

Jongjitr Smith

จงจิตร สมิทธิ์ ( ปุ๊กกี้ )
เสพติดงานโฆษณามากว่า 20 ปี จับสินค้ามามากมายตั้งแต่น้ำยาถูพื้นยันยาสีฟัน ชอบสอดส่องหาไอเดียเด็ดๆ จากงานครีเอทีฟทั่วโลก เก็บไว้ในสมองตัวเองไม่พอ เลยต้องมีเพจชื่อ ADdict เพื่อแชร์ไอเดียเด็ดๆ ปัจจุบันเป็น Creative Director เอเจนซี่โฆษณาขนาดกลาง เชื่อว่างานโฆษณาที่ดีใช้แค่ Creativity ไม่พอ แต่ต้องใช้ Humankind Creativity ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตสังคมและโลกไปในทางที่ดีขึ้นด้วย