Creative Citizen

‘วรพจน์ โอสถาภิรัตน์’ โครงการ ‘พื้นที่นี้…ดีจัง’ ขับเคลื่อนสังคมสู่ชมชนที่ยังยืน

จากความเชื่อที่ว่า ‘เด็กเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตที่รอการเติบโตเพื่อเป็นพืชพันธุ์ของวันใหม่ ผลิดอกออกผลในท้องทุ่งของอนาคต ทว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น มิอาจเติบใหญ่ได้ในพื้นที่แห้งแล้งและกันดาร แต่บนแผ่นดินอันร่มรื่น ชุ่มชื้น และอิสระ เพื่อให้การฝังรากนั้นสามารถหยั่งลึกและยั่งยืน’ โครงการพื้นที่นี้… ดีจัง จึงถูกออกแบบขึ้น เพื่อทำให้ความเชื่อทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง โดยมี วรพจน์ โอสถาภิรัตน์ (ตั้ม) เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการผลักดันและขับเคลื่อนร่วมกับทีมงานของเขา ไม่ว่าจะเป็น ปริตอนงค์ ถวัลย์วิวัฒนกุล (โซ่), พิจิตรา ศิลป์เลิศปรีชา (เกียร์), สืบสาย พูลมี (เซียน) รวมทั้งเหล่าอาสาสมัครและเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ ด้วยยุทธศาสตร์การทำงานทั้งแบบแนวลึกเพื่อสร้างเด็กให้เป็นนักพัฒนาที่สามารถเติบโตและขับเคลื่อนชุมชน…

Continue Reading

โปรเจ็กต์ Titanes ศิลปินสร้างศิลปะร่วมกับผู้พิการ เสริมความเข้าใจและเท่าเทียมในสังคม

กลายเป็นเทรนด์ไปทั่วโลกจริงๆ สำหรับสตรีตอาร์ตแบบ mural painting ที่เป็นจิตรกรรมลวดลายสีสันสดใสอยู่ตามอาคารบ้านเรือนหรือกำแพงขนาดใหญ่ Titanes เป็นอีกโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวข้องกับ mural painting แต่ที่แตกต่างจากโปรเจ็กต์อื่นๆ ได้อย่างน่าสนใจก็คือ นี่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสตรีตอาร์ตติสต์และผู้พิการ Titanes เกิดขึ้นจากการความร่วมมือระหว่าง Ink and Movement (iam) โครงการศิลปะที่ทำหน้าที่ผลักดันให้ศิลปะเดินทางไปสู่สายตาของสาธารณชนมายาวนานมากกว่า 10 ปี และ Laborvalía องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของผู้พิการ โดยจุดประสงค์ของพวกเขาคือ ใช้ศิลปะเผยแพร่ความตระหนักถึงสิทธิของผู้พิการในสังคม เพื่อให้พวกเขาเป็นที่ยอมรับทั้งในการทำงานสร้างอาชีพและอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคม โดยนอกจากความตระหนักรู้ดังกล่าวจะถูกถ่ายทอดผ่านศิลปะบนกำแพงขนาดใหญ่แล้ว งานนี้ศิลปินที่เข้าร่วมโครงการ…

Continue Reading

‘วรินทร์ อาจวิไล’ อิมมานูเอลสตริงออร์เครสตรา ยกระดับชุมชนคลองเตยด้วยดนตรี

เราเจอครูต้นกล้วย วรินทร์ อาจวิไล เมื่อสี่ปีก่อน โดยสมัยนั้นอิมมานูเอลสตริงออร์เครสตรายังไม่ถูกตั้งเป็นมูลนิธิในนามของมูลนิธิมิวสิกฟอร์ไลฟ์ ในวันนั้นเราเดินตามครูต้นกล้วยทะลุตรอกซอกซอยแผ่นสังกะสีเพื่อไปยังบ้านของเขา ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านในของชุมชนน้องใหม่ สลัมคลองเตย ครูต้นกล้วยเป็นนักดนตรีไวโอลินที่เคยอยู่ในวงออร์เครสตราของมหาวิทยาลัยมหิดล แต่ด้วยความที่ต้องแบ่งเวลามาสอนดนตรีให้กับเด็กในชุมชนคลองเตยด้วย สุดท้ายครูต้นกล้วยผู้เชื่อว่าดนตรีจะสามารถพัฒนาและยกระดับชุมชนได้ทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหายาเสพติด ความเหลื่อมล้ำ และการประกอบอาชีพที่ไม่สุจริตของคนในชุมชน ครูต้นกล้วยจึงตัดสินใจออกจากวงออร์เครสตราซึ่งมีรายได้หลายหมื่นต่อเดือน เพื่อมาเป็นครูสอนดนตรีให้กับเด็กๆ ที่อิมมานูเอลสตริงออร์เครสตราอย่างจริงจัง จากครั้งสุดท้ายที่เราได้คุยกับครูต้นกล้วยมาจนวันนี้ อิมมานูเอลสตริงออร์เครสตรา โรงเรียนสอนดนตรีสำหรับเด็กในชุมชนคลองเตยกลายเป็นที่รู้จักดีในแวดวงดนตรี มีความช่วยเหลือและการสนับสนุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากที่ครูต้นกล้วยต้องคอยเดินเคาะประตูตามฝาบ้านเพื่อตามเด็กให้ไปเรียน กลายเป็นว่าทุกวันนี้มีผู้สนใจเดินเข้ามาสมัครเรียนยังพื้นที่แห่งนี้เป็นจำนวนมากด้วยตัวเอง จุดเริ่มต้นของอิมมานูเอลสตริงออร์เครสตรา สมัยผมแปดขวบ มีมิชชันนารีจากประเทศนอร์เวย์เข้ามาเผยแพร่ศาสนาที่ชุมชนคลองเตย ตอนนั้นอาจาร์ยของผม (Solveig Johannessen) ซึ่งเป็นภรรยาของมิชชั่นนารี แกเป็นนักดนตรีที่เล่นดนตรีเพื่อศาสนาก็เดินทางเข้ามาด้วย…

Continue Reading

‘Refugee Fest’ ยอมรับความแตกต่าง เปิดโอกาส สร้างมิตรภาพด้วยศิลปะ

ปัญหาผู้อพยพเป็นอีกหนึ่งในวิกฤตที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ มาเลเซียเป็นอีกประเทศที่มีผู้อพยพเดินทางลี้ภัยจากสงครามและความยากจนเข้ามาเป็นจำนวนมาก และก็เหมือนกับในหลายประเทศอีกเช่นกัน ที่ถึงจะลี้ภัยเข้ามาอยู่ในประเทศที่ปลอดภัยทางกายภาพแล้ว แต่ผู้อพยพเหล่านั้นก็ยังต้องพบเจอปัญหาทางสังคมและสภาวะจิตใจอันเกิดจากทัศนคติที่ไม่ดีของประชาชนเจ้าของประเทศ เพราะพวกเขาส่วนมากมักมองผู้อพยพ คนไร้สัญชาติ แรงงานด่างด้าว หรือแม้แต่ชนพื้นเมืองของประเทศตนเอง ว่าเป็นบุคคลอันตรายไม่น่าคบหา Mahi Ramakrishnan ผู้ทำงานกับผู้อพยพมานานถึง 12 ปี เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว เธอจึงคิดหาทางเชื่อมผู้อพยพเข้ากับสังคมมาเลเซียให้แนบแน่นมากขึ้นด้วยการจัดเทศกาลที่ชื่อว่า Refugee Fest “ฉันเชื่อว่าคนส่วนมากกลัวในสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด ฉันก็เลยตั้งใจจะช่วยชาวมาเลเซียให้รู้จักผู้อพยพมากขึ้น โดยสิ่งที่คุณต้องทำก็แค่มาร่วมงาน นั่งลง ดื่มกาแฟหรือชา และลองเปิดใจฟังพวกเขาดู แล้วคุณก็จะรู้ว่าผู้อพยพก็เป็นคนเหมือนกับคุณ ผู้อพยพมีความฝันเช่นเดียวกับลูกๆ ของคุณ” Refugee Fest…

Continue Reading

ถ่ายภาพเธอไว้ให้โลกจำ: สารคดีของสองศิลปินสองวัยหัวใจเดียวกัน

การแบ่งปันความรักให้แก่กันนั้นเป็นสิ่งสวยงาม...คงไม่อาจสรุปตายตัว ทว่าหนังสารคดีเรื่อง  'ถ่ายภาพเธอไว้ให้โลกจำ' หรือ ‘Faces Places’ ก็สะท้อนภาพความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งในรูปแบบของงานศิลปะและกระบวนการทำงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จออกฉาย ด้วยระยะเวลากว่าสองปีที่ค่อยๆ เก็บภาพการถ่ายทำและระดมทุนจากผู้สนใจ จากที่คิดจะเป็นหนังสั้น ทุกอย่างก็ขยายตัวจนเป็นรูปเป็นร่าง นี่นับเป็นการเดินทางของศิลปะในรูปของหนังสารคดีที่น่าทึ่ง “โอกาสเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของฉันเสมอ” เป็นคำพูดของ Agnès Varda ในหนังเรื่องนี้ คุณยายศิลปินวัย 89 เธอเป็นทั้ง ศิลปินภาพถ่าย, ดารา, และผู้กำกับฯ ที่คุ้นเคยกับ Jean Luc Godard ปรมาจารย์หนังแนวก้าวหน้าฝรั่งเศสในยุค…

Continue Reading

ศิลปิน JR กับผลงานต่อเนื่อง จัดโต๊ะปิกนิกเชื่อมสัมพันธ์สองพรมแดนสหรัฐกับเม็กซิโก

JR ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวฝรั่งเศส กับ โปรเจ็กต์อาร์ตในชื่อ Kitto ภาพเด็กน้อยกำลังจับรั้วชะเง้อมองตรงกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโก บนแนวคิดเสียดสีนโยบายกีดกันคนเข้าเมืองของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ปรับเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนจากกำแพงขวางกั้นความเข้าใจให้เป็นรั้วบ้านที่สุดแสนจะใกล้ชิดกัน ซึ่งเราเคยนำเสนอไปครั้งหนึ่งแล้ว ใน Kitto เด็กช่างสงสัย บนรั้วพรมแดนระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐ และนี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุดของการแสดงงาน เป็นเรื่องน่าประทับใจที่ พื้นที่แสดงงานกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนที่ผ่านไปมา จะต้องแวะเวียนไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไม่ใช่เพียงให้ได้ถ่ายภาพคู่กับงานสตรีทอาร์ตดังๆ ทว่าเป็นการขยายผลของความคิดเรื่องมิตรภาพและความเป็นเพื่อนมนุษย์ให้กว้างไกลขึ้น แล้วหลังจากนั้นพฤติกรรมของผู้คนริมรั้วกำแพงชวนให้ศิลปินคิดสร้างสรรค์งานต่อ คนจากสองฟากมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ส่งของให้กัน ศิลปินจึงเกิดไอเดีย จัดโต๊ะยาวที่ข้ามฟากระหว่างสองประเทศ ซึ่งเมื่อมองจากด้านบนให้ดูราวกับเป็นพื้นที่เดียวกันด้วยภาพดวงตาคู่หนึ่ง (ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในงานอาร์ตของเขา) พร้อมกันก็จัดงานงานเลี้ยงและวงดนตรีที่บรรเลงเพลงท้องถิ่นสร้างความกลมกลืนระหว่างกัน นี่อาจถือเป็นการปิดงานแสดงที่สมบูรณ์แบบ นโยบายเรื่องกำแพงกั้นประเทศของสหรัฐนี้กำลังเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้สหรัฐต้อง…

Continue Reading

I Love You Wall กำแพงบอกรัก 311 ภาษาในปารีส เพราะสันติภาพและความรักงดงามเสมอ

โลกเราทุกวันนี้ทุกคนสนใจแต่ความคิดส่วนตัวความเป็นปัจเจกเบ่งบาน ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรทว่าบางครั้งก็ขยายตัวจนเกินพอดี กลายเป็นความขัดแย้งทางความคิด รวมไปถึงความรุนแรงตามมา เปรียบเสมือนกำแพงขวางกั้นความรักและความเข้าใจระหว่างกัน นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปพร้อมกับยุคสมัย แต่จะมีสักกี่คนที่มองเห็นทางออกของปัญหา โปรเจ็กต์อาร์ต Le mur des je t'aime (ในภาษาฝรั่งเศส) หรือ I Love You Wall นี้กำลังบอกสิ่งนั้น บนกำแพงพื้นที่ขนาด 416 ตารางฟุต หรือประมาณ 39 ตารางเมตร ในจัตุรัส Jehan-Rictus ในกรุงปารีส วางเรียงด้วยแผ่นกระเบื้องลาวา…

Continue Reading

The Secret of Great Pyramid มองเมืองในมุมใหม่ มองลูฟวร์ให้ลึกลงไปในใจ

เมื่อปี 2016 สตรีทอาร์ติสต์ชาวฝรั่งเศสนามว่า JR ได้สร้างความฮือฮาด้วยการนำเอาภาพถ่ายขาวดำขนาดใหญ่ไปห่อหุ้มพีระมิดแก้วที่ตั้งอยู่ตรงกลางคอร์ทของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ โดยภาพถ่ายขาวดำเหล่านั้นเป็นภาพของผนังด้านหน้าของตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เอง ทำให้เมื่อมองเข้าไปจากด้านหน้า พีระมิดแก้วจึงหายไปเพราะกลืนไปกับแบ็กกราวด์ด้านหลังจนหมด มาในปีนี้ ปีที่พีระมิดแก้วผลงานของ I.M Pei มีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์ JR ก็กลับมาที่ลูฟวร์อีกครั้ง โดยคราวนี้ เขามาพร้อมกับอาสาสมัครจำนวนกว่า 400 ชีวิต ที่ช่วนกันนำเอาแผ่นกระดาษภาพถ่ายขนาดใหญ่มาปิดไว้บนพื้นคอร์ทยาร์ดรอบๆ พีระมิด และหลังจากผ่านไป 4 วัน เมื่อกระดาษภาพถ่ายของ JR ทั้งหมด 2,000…

Continue Reading

‘สุทธิพงษ์ สุริยะ’ นวัตกรชุมชน สร้างชุมชนให้มีชีวิตผ่านพิพิธภัณฑ์อย่างยั่งยืน

อาคารไม้ขนาด 2 ชั้น ภายในอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ หลังนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นเรือนไทยแบบอีสานที่ยังคงถูกใช้งานในฐานะบ้านพักอาศัยของคุณตาสำอาง สุริยะ แต่ที่นี่เพิ่งได้รับหน้าที่ใหม่กับบทบาทพิพิธภัณฑ์ ในนาม ‘พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ’ ขาบ - สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ระดับแนวหน้าของบ้านเรา ที่หมวกอีกใบของเขาคือนวัตกรชุมชน ตั้งใจก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเกษตรแบบยั่งยืน พร้อมกับความพยายามที่จะรักษาความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม ชุมชนแบบเกื้อกูล ตลอดจนวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบอีสานของชุมชนในจังหวัดที่ 77 แห่งนี้ ให้คงอยู่และเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ ต่อไป…

Continue Reading

เปลี่ยนไซโลยักษ์ให้กลายเป็นหนังสือ จิตรกรรมบนสิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การสร้างสถิติใหม่อาจไม่สำคัญเท่าแนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง นี่คือผลงานจิตรกรรมแนวสาธารณะขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลก จากการจดบันทึกของกินเนสบุ๊ค ไซโลข้าวสูง 48 เมตร ยาว 168 เมตร และกว้าง 31.5เมตร รวมพื้นที่เท่ากับ 23,689 ตารางเมตร ซึ่งยาวกว่าผลงานของ Peublo Levee กับโปรเจ็กต์ของเขาในรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา (16,555 ตารางเมตร) ที่ได้รับการบันทึกสถิติไว้ก่อนหน้า เมื่อเดือนกันยายน ปี 2018 ที่ผ่านมา ไซโลยักษ์อาร์ตนี้ตั้งตระหง่านบนท่าเรือที่เกาะวอลมิ เป็นผลงานของ ศิลปิน 22…

Continue Reading
Close Menu