Creative Citizen

David de la Mano สตรีทอาร์ตติสต์ที่จับประเด็นเรื่องผู้อพยพ

หนึ่งในประเด็นทางสังคมระดับนานาชาติที่สำคัญของยุคสมัยปัจจุบัน คงจะหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องผู้อพยพ โดยเฉพาะผู้อพยพที่ต้องอพยพหนีภัยสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แล้วก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อต้องมาเจอประเทศที่ปิดกั้นไม่ให้ความช่วยเหลือเสียอีก จากปัญหาด้านมนุษยธรรมดังกล่าวทำให้มีศิลปินจำนวนไม่น้อยที่หันมาทำงานเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้อพยพนี้ ที่ชัดๆ ก็ศิลปินชาวจีน/นักเคลื่อนไหวทางสังคมอย่าง Ai Weiwei (อ้าย เหวยเหว่ย) ที่ยังคงทำงานต่อเนื่องออกมาจนถึงทุกวันนี้ และล่าสุด ถึงจะเป็นสตรีทอาร์ตติสต์ที่ดีกรีชื่อเสียงไม่ได้ดังคับฟ้าเท่ากับ Ai แต่ศิลปินชาวสเปน David de la Mano ก็เป็นอีกคนที่มีผลงานเกี่ยวกับประเด็นเรื่องผู้อพยพที่น่าสนใจ de la Mano มีผลงาน mural painting มาแล้วจำนวนไม่น้อย…

Continue Reading

The Shipwreck of Bienvenu: จิตรกรรมบนผนังเขื่อนภาพผู้อพยพรอคอยน้ำใจจากชาวโลก

ผลงานสตรีทอาร์ตสไตล์ตัวการ์ตูนขนาดใหญ่สวยงามน่ารักแฝงเรื่องราวกระทบกระเทียบเปรียบเปรยนี้เป็นผลงานของสองศิลปินชาวฝรั่งเศสที่ชื่อ Ella & Pitr ซึ่งฝากผลงานให้ผู้คนได้ชื่นชมมามากมาย ล่าสุดพวกเขากำลังสร้างงานยักษ์อีกชิ้นหนึ่งที่ผนังกำแพงขนาดความสูง 47 เมตรของเขื่อน Piney ที่เมือง La Valla-En Gier ประเทศฝรั่งเศส ทั้งศิลปินและทีมงานใช้เวลาสิบวันกับภาพเขียนขนาดใหญ่ในชื่อ The Shipwreck of Bienvenu ที่สามารถมองเห็นได้แต่ไกลรอเวลาน้ำไหลบนเนื้อหาที่สอดคล้องกับการเดินทางของผู้อพยพที่กำลังไหลล้นจนดูจะหมดทางแก้ไข ผู้เร่ร่อนเพราะบ้านแตกสาแหรกขาดที่เป็นปัญหาวิกฤติอยู่ในปัจจุบัน ปัญหาผู้อพยพลี้ภัยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเพราะพิษภัยสงคราม การเมือง และเศรษฐกิจ ออกเดินทางข้ามทวีปจากบ้านเกิดไปสู่แหล่งพักพิงใหม่และเฝ้ารอวันว่าสักวันจะได้กลับบ้าน หรือบางคนฝันว่าจะได้ตั้งรกรากเพื่อใช้ชีวิตใหม่อย่างสงบ บ้างก็ต้องตกที่นั่งลำบากหรือตายไประหว่างทาง หลายชีวิตยังหาที่พักพิงไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะนิ่งเฉยแต่เป็นสิ่งที่ชาวโลกต้องรับรู้ร่วมกัน และช่วยกันแก้ปัญหา…

Continue Reading

อาสาสมัครร่วมกับชาวบ้านสร้างโรงเรียนให้กับเด็กๆ ผู้ลี้ภัยชาวพม่าในแม่สอด

จากปัญหาสงครามภายในประเทศเมียนมาร์ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้มีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ประชาชนที่ต้องการจะหนีจากสงครามจึงพากันข้ามมายังฝั่งประเทศไทย โดยเฉพาะในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อหาที่พักพิง หลีกหนีจากการรบราฆ่าฟันกัน ซึ่งในปัจจุบันนั้น ในอำเภอแม่สอดได้มีค่ายของผู้ลี้ภัยสงครามอยู่เป็นจำนวนมาก และโดยมากผู้ที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยเหล่านี้มักมีคุณภาพชีวิตไม่ดีเท่าที่ควร โรงเรียน P’yan Daung เป็นโรงเรียนที่สร้างขึ้นเพื่อให้การศึกษากับเด็กๆ ผู้ลี้ภัย ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ผู้ลี้ภัยให้ดีขึ้น และด้วยความที่โรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ได้ปิดตัวไป ทำให้โรงเรียน P’yan Daung ต้องรับภาระจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างห้องเรียนเพื่อรองรับนักเรียนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ภายใต้การนำของเหล่าบรรดานักศึกษาจิตอาสา ซึ่งรับหน้าที่ทั้งออกแบบและสร้างห้องเรียนนี้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน ตัวอาคารสร้างขึ้นจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ทั้งอิฐที่ทำจากดินตากแห้งในส่วนของผนัง ไม้ไผ่ในฝาผนังบางส่วน…

Continue Reading

คืนความสงบสุขให้มาตุภูมิด้วยภาพเขียนผนังแคมป์ผู้ลี้ภัย

“ศิลปะขั้นสูงในการทำสงครามคือการเอาชนะคู่ต่อสู้โดยไม่ต้องรบ” เป็นคำพูดอันคมคายของนักปราชญ์ชาวจีน 'ซุนจื่อ' ซึ่งให้ความสำคัญกับทุกชีวิตแม้ในภาวะของสงคราม ทว่าโลกไม่อาจเดินบนกฎของการพูดจาหรือตกลงกันด้านผลประโยชน์ให้ลงตัวเสมอไป ภาพการสูญเสียและการทำลายล้างชีวิตจึงมีให้เห็นมาตลอดเวลา ท่ามกลางพิษภัยแห่งสงครามนั่นเองผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนต้องทิ้งบ้านช่องที่ตนรักกลายเป็นผู้อพยพบนพื้นที่ห่างไกล เฝ้ารออย่างเวิ้งว้างและมีความหวังว่า สักวันจะได้กลับไปสู่มาตุภูมิที่แสนอบอุ่น เช่นที่ตอนเหนือของประแทศ จอร์แดน นี่คือแคมป์ผู้อพยพที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก -  Za’atari Za’atari ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 แล้วก็ขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ จากวิกฤติสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรียที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ชาวซีเรียมากว่าแสนคนที่หนีภัยสงครามมารวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ทะเลทรายอันแห้งแล้ง เป็นมหานครแห่งผู้อพยพที่ต้องการความช่วยเหลือในทุกด้านไม่เพียงความเป็นอยู่และสุขอนามัยเท่านั้น แต่ด้านจิตใจก็เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนของที่นี่กำลังขาดแคลนการศึกษาและพัฒนาการด้านศิลปวัฒนธรรม the Za’atari Project เป็นโปรเจ็กต์อาร์ตที่จะเข้าไปเยียวยาและให้โอกาสพวกเขาได้ระบายความรู้สึกของตัวเองให้ชาวโลกได้เห็น ผ่านภาพเขียนบนกำแพงและฝาผนังของแคมป์ เปลี่ยนสีดินและทะเลทรายให้มีสีสันบอกเล่าความฝันถึงโลกในแบบที่เขาควรจะมีเช่นเดียวกับเพื่อนมนุษย์อื่นๆบนโลก Joel…

Continue Reading

โคล่าแบรนด์แรกของโลกที่มีเฉดสีตามสีผิว เพื่อความเท่าเทียมกันของมนุษย์

ตั้งแต่ปี 2558  มีผู้อพยพกว่าล้านคนเดินทางมาหาความหวังใหม่ที่ประเทศเยอรมันนี เพราะเป็นประเทศที่อ้าแขนรับผู้ลี้ภัยจากทั่วโลกกว่าสี่แสนคน แต่การหลั่งไหลของผู้อพยพเข้าสู่เยอรมันนี ทำให้ประชาชนในเยอรมันเริ่มประสบปัญหาการใช้ชีวิต จนเกิดการปะทะกันระหว่างประชาชนและผู้อพยพ และยังนำมาสู่ความขัดแย้งภายในประเทศ เหตุเพราะความต่างชาติ ต่างภาษา สีผิว และชาติพันธุ์ Thilo Sarrazin นักการเมืองชาวเยอรมันจึงต้องการออกมาเรียกร้องให้ประชาชนหันมาช่วยกันเห็นอกเห็นใจและเข้าใจผู้อพยพเหล่านี้ ด้วยการผลิตน้ำอัดลมชื่อ Ali Cola ที่มีหลายเฉดสีตามสีผิวของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ไม่ว่าจะสีอะไรก็จะได้รสชาติโคล่าเหมือนกัน มีส่วนประกอบเดียวกันเพื่อเป็นการสื่อสารให้เห็นว่า ไม่ว่ามนุษย์เราจะผิวสีอะไร เชื้อชาติอะไร ทุกคนก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน มีสิทธิเท่าเทียมกัน และชาวเยอรมันก็ควรจะปฎิบัติต่อผู้อพยพที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นเหล่านี้ด้วยความเคารพเช่นดียวกัน โดยใช้สโลแกนที่ว่า Different outside. Same inside. พร้อมแฮชแทกของโครงการว่า…

Continue Reading

ศิลปะชิ้นล่าสุดจาก Ai Wei Wei สะท้อนความไร้มนุษยธรรมต่อกรณีผู้อพยพ

ในช่วงสองปีมานี้ เห็นได้ชัดว่าศิลปินนักเคลื่อนไหวทางสังคมการเมืองคนสำคัญ Ai Wei Wei ได้หันมาทำงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องราวของผู้อพยพอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ภาพถ่ายที่ Ai โพสต์ท่านอนอยู่บนชายหาดเหมือนกับร่างไร้วิญญาณของหนูน้อยชาวซีเรีย Alan Kurdi บนเกาะ Lesbos ในกรีซ ที่เสียชีวิตจากการจมน้ำระหว่างอพยพ มาจนถึงโปรเจ็กต์ที่เขานำเอาเสื้อชูชีพที่ถูกใช้งานจริงโดยผู้อพยพจำนวน 14,000 ชิ้นมาติดตั้งอยู่บนเสาของอาคาร Konzerthaus ในกรุงเบอร์ลิน และหลังจากนั้นก็ยังเอาเสื้อชูชีพอีก 1,005 ชิ้น ย้ายไปลอยเท้งเต้งอยู่ในบ่อน้ำกลางปราสาท Belvedere ในเวียนนาอีกด้วย และเมื่อปัญหาเรื่องผู้อพยพที่สะท้อนให้ถึงการขาดมนุษยธรรมจากประเทศตะวันตกยังคงไม่จบ Ai ก็ยังคงทำงานในเรื่องนี้ต่อไป…

Continue Reading

เนเธอร์แลนด์เปลี่ยนที่กักขังให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ + สร้างงานให้ผู้ลี้ภัย

จากจำนวนนักโทษที่น้อยลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสิบกว่าปีมานี้ นอกจากจะทำให้รัฐบาลเนเธอแลนด์จำต้องประกาศปิดเรือนจำกว่า 19 แห่ง และมีอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังทยอยปิดตัวลงในไม่ช้าแล้วขณะเดียวกันก็ยังส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการเรือนจำหลายต่อหลายแห่ง ทั้งการต้องหานักโทษมาเพิ่มด้วยการเปิดบริการ ‘คุกเช่า’ ให้กับรัฐบาลประเทศข้างเคียง อาทิ เรือนจำ Tilburg ที่อนุญาตให้รัฐบาลเบลเยี่ยมเคลื่อนย้ายนักโทษมาประจำที่นี่ (ซึ่งรัฐบาลเนเธอแลนด์ตัดสินใจสิ้นสุดสัญญาไปเมื่อมกราคมที่ผ่านมา) ไปจนถึงการสร้างประโยชน์กับพื้นที่ด้วยการมอบหน้าที่ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงคุกโบราณ Het Arresthuis ให้กลายเป็นโรงแรมหรูแนวโมเดิร์นขนาด 40 ห้อง ไปจนถึงโครงการล่าสุดที่ City of Amsterdam ปรับปรุงคุก Bijlmerbajes ให้กลายเป็นศูนย์ผู้ลี้ภัยและ design platform นามว่า ‘Lola…

Continue Reading
  • 1
  • 2
Close Menu