Creative Citizen

Under the Same Sun: ความเชื่องมงายทำร้ายชีวิตเด็กเผือกในแทนซาเนีย

Reading Time: 2 minutes
109 Views

โลกเราทุกวันนี้แม้จะเจริญด้วยเทคโนโลยีแต่ก็ยังไม่อาจไปพ้นจากการแบ่งแยกชิงชังระหว่างกัน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุเรื่องฐานะ เชื้อชาติ เพศสภาพ สีผิว หรือจะอะไรก็ตามที ทั้งหมดเริ่มจากความไม่รู้และมีความเชื่อผิดๆ ขาดความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ บางทีการตั้งข้อรังเกียจสิ่งที่แตกต่างคงเป็นปมด้อยที่ฝังรากในสันดานดิบที่ยากจะแก้ไข และมีบางพื้นที่บนโลกที่ต้องเรียกว่าเป็นนรกสำหรับคนที่เกิดมาแล้วแตกต่างกับคนอื่น นี่เป็นภาพถ่ายสะท้อนความงมงายอันแสนเจ็บปวด สำหรับเด็กที่เกิดเป็นโรคคนเผือกในแทนซาเนีย

ความขาวอาจไม่ได้บ่งบอกถึงสีผิวที่โดดเด่นกว่า ตรงกันข้ามกลับเป็นสิ่งน่าเกลียดน่ากลัวสำหรับชาวเมือง เพราะความเชื่อที่ว่าเด็กที่เป็นโรคเผือกคือตัวแทนของสิ่งชั่วร้าย แม่ของเด็กที่คลอดลูกออกมาเป็นโรคนี้จะถูกขอให้ฆ่าลูกทิ้ง ส่วนในรายที่โตแล้วก็จะเสี่ยงต่อการถูกลอบทำร้าย แถมชิ้นส่วนบนร่างกายของพวกเขายังมีการซื้อขายกันในตลาดมืด เพื่อส่งไปให้แม่มดหมอผีใช้เป็นเครื่องรางประกอบพิธีกรรม นับเป็นความน่าสมเพชของความเชื่อที่ทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์ลงอย่างน่าอนาถ ภาพถ่ายชุด ‘Under the Same Sun’ นี้เป็นผลงานของช่างภาพสาวชาวดัชท์ Marinka Masséus เพื่อสื่อสารความไม่เท่าเทียมกันอันเนื่องมาจากความเชื่อไร้สาระของมนุษย์ให้โลกรับรู้

Marinka Masséus จบการศึกษาปริญญาโทสาขาจิตวิทยาพุทธศาสนาที่กรุงอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้นำแนวคิดหลักปรัชญาที่เรียนมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการถ่ายภาพได้อย่างน่าประทับใจ เพราะไม่เพียงการจัดวางองค์ประกอบภาพสวยงามเฉยๆ ทว่ากะเทาะเปลือกความไม่เท่าเทียมกันของชีวิตได้อย่างถึงแก่น และหวังว่าคงจะกระตุ้นในเกิดสำนึกในความเป็นมนุษย์ในเด็กที่เป็นโรคเผือกที่แทนซาเนียนี่ได้

ความจริงโรคคนเผือกนี่เกิดจากยีนส์ด้อยในร่างกายที่ทำให้เซลเม็ดสีผิวผิดปกติ พวกเขาอ่อนแอ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังจากแสงแดด นั่นเป็นความลำบากในการใช้ชีวิตตามธรรมชาติอยู่แล้ว หากแต่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายที่สังคมกระทำด้วยนับเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างที่สุด ความป่วยไข้อาจที่ทำให้ร่างกายคนเราดูแปลก ทว่าความคิดรังเกียจเพื่อนมนุษย์เพียงเพราะเขาป่วยหรือแตกต่างจากเรานั่นแหละที่น่ารังเกียจและป่วยเสียยิ่งกว่ามาก

อ้างอิง : boredpandaMarinka MasseusBizarre Pedia


Author:

warunyu udomkanjananon
warunyu udomkanjananon
Art may not be the only way to brighten the world, but it is essential to create a beautiful life. รักงานเขียนทำงงานอิสระด้านสื่อสารหลากหลายรูปแบบ ทุกครั้งที่ทำงานก็มีอะไรใหม่ๆให้เรียนรู้อยู่เสมอ ตัวหนังสือแทนความคิดที่เรามีกับโลกภายนอก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างยากที่จะแยกขาดจากกันได้
Close Menu