Creative Citizen

Journey D ชวนท่องเที่ยววิถีชุมชน เที่ยวเมืองไทยแบบใหม่ เก๋ไก๋ และดี๊ดี

Reading Time: 3 minutes
2,400 Views

งานโฆษณา ถ้าได้ใช้พรีเซนเตอร์เป็นดารามีชื่อเสียง หน้าตาดี มีคนกรี๊ด หรือเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างที่เรียกกันว่า Influencer แล้ว ก็จะทำให้แคมเปญโฆษณานั้นๆ น่าสนใจ ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น แต่แคมเปญ Journey D ของสายการบินแอร์เอเชียแคมเปญนี้ ขอใช้พรีเซนเตอร์แบบบ้านๆ ทว่าแต่ละภาพ…ละสายตาไม่ได้เลย

สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้นำสายการบินราคาประหยัดที่มุ่งเน้นการให้บริการแบบบินคุ้มคุณภาพครบเจ้าของสโลแกน “ใครๆ ก็บินได้” ตอบสนองนโยบายโครงการประชารัฐที่ต้องการพัฒนาศักยภาพและยกกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ( United Nation Development Programme – UNDP) จัดโครงการ Journey D  ซึ่งเป็นโครงการที่ทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชุมชนที่มีคนในพื้นที่เป็นคนจัดการเอง ดูแลกันเอง และทำให้รายได้หมุนเวียนอยู่ในชุมชนตัวเอง โดยชุมชนที่สายการบินแอร์เอเชียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ คือ ชุมชนผาหมี จ.เชียงราย, ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์, ชุมชนเกาะกลาง จ.กระบี่ และชุมชนบ้านพรหมโลก จ. นครศรีธรรมราช ซึ่งแทบไม่ค่อยมีใครรู้จัก

ชูใจ – เอเยนซี่โฆษณา จึงออกแบบแคมเปญโฆษณาของโครงการนี้ให้คนในชุมชนเจ้าของพื้นที่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ซะเอง นายแบบนางแบบที่โพสต์ท่าอย่างเท่เก๋ไก๋วิถีไทย ก็ล้วนมาจากคนใน 4 พื้นที่นี้ ในหลากหลายอาชีพ เพื่อถ่ายโฆษณาบอกให้ทุกคนรู้ว่า เที่ยวแบบ Journey D มันดี๊ดียังไง? และมันก็ดี๊ดีออกมาสมชื่อ ภาพทุกภาพไม่ได้ถูกปรุงแต่งอะไรเป็นพิเศษ แต่สัมผัสได้ถึงวิถีจริงของชีวิตชุมชนท้องถื่นไทย  ความจริงใจ การพึ่งพาอาศัยกัน และความพอเพียง

Journey D  เป็นอีกทางเลือกการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ทำให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนจริงๆ ได้ลองใช้ชีวิตแบบคนในชุมชน ได้ทำกิจกรรมมากมายร่วมกับคนในชุมชน เช่น เดินป่า ตกปลา ย้อมผ้า ทำอาหารท้องถิ่น เป็นต้น ได้นักท่องเที่ยวจะได้เป็นทั้งผู้ได้รับความสุขจากการท่องเที่ยวและเป็นผู้ให้โอกาสในการสร้างอาชีพให้ชุมชน การมีส่วนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเอกลักษณ์ที่ดีงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น

สัมผัสประสบการณ์เที่ยวเมืองไทยแบบใหม่ เก๋ไก๋และดี๊ดี ลอง Journey D ก็ดีนะ

“ไม่มีหรอกที่พัก 5 ดาว… มีแต่ดาวให้นอนนับ เสน่ห์ของการเที่ยววิถีชุมชนก็แบบนี้แหละ เข้าถึงธรรมชาติจริงๆ”
แม่เปรี้ยว ระหว่างเก็บผ้าเข้าที่พัก

“เที่ยวในเมืองเห็นแต่เด็กเล่นไอแพด แต่เที่ยวแบบนี้มาดูเราเล่นกับไอแดด อยู่กับดิน”
แก๊งสิงห์เจ้าท่า

“เวลาเที่ยวแบบนี้ พี่ๆ ก็จะได้เห็นวัฒนธรรมที่ต่างไป ได้ปรับตัวหาชาวบ้าน เข้าใจความแตกต่างกันมากขึ้น”
อัยมุนี ซีลีน พลอย และลาดูน่า ระหว่างทางไปเรียนศาสนาทุกวันอาทิตย์

“เมื่อก่อนไม่คิดว่าอาชีพเราจะมีคนสนใจ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเค้าจะมาดูกันทำไม แต่พอมาดูแล้วก็มาซื้อของจากเราตรงๆ ด้วย ก็คิดว่ามาดูกันเยอะๆ ก็ดีเหมือนกัน แฮะ”
นับ และ โอ คู่รักนักสักหอย

“พอคนมาเที่ยวชุมชนแบบนี้ พ่อแม่หนูก็หากินอยู่ที่บ้านได้ ไม่ต้องย้ายไปทำงานในเมือง
หนูก็ได้โตกับดินกับหญ้า มีอาณาจักรใหญ่ๆ อยู่ข้างบ้านเป็นของตัวเอง”
ณัชชา เจ้าหญิงเจ็บเอว

“ผมไม่ได้แค่พานักท่องเที่ยวไปส่ง แต่ผมพาไปเข้าถึงคนในชุมชนจริงๆ ไปเจออะไรแปลกๆ ถ้าคุยกับชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ผมก็เป็นกูเกิ้ลแปลให้พวกเขาได้ ”
เฮฟวี่ ดัส โสด และบั๊ด แก๊งขับรถสามล้อนำเที่ยว

“เด็กบ้านๆ อย่างเรา พร้อมต้อนรับเสมอ ก็มาดิค้าบ”
แก๊งดอกไม้ไฟ

“เป็นช่างก่อสร้าง มันไม่เกี่ยวอะไรกับท่องเที่ยวชุมชนหรอก แต่พอคนมีตังเยอะขึ้น ก็มีเงินปลูกบ้านกันมากขึ้น สร้างนู่นนี่กันเยอะแยะ ตอนนี้รับงานไม่ทัน ต้องปิดมือถือแล้ว”
ลุงเท่ง นายช่างผู้คิวไม่เคยว่าง

“พอชุมชนทำท่องเที่ยวกันเอง แหล่งท่องเที่ยวก็สะอาดขึ้นเยอะ ไม่ได้โลกสวยนะ เราแค่อายถ้าเราพามาเที่ยวเจอขยะ 555”
มัต รับจ้างขับเรือนำเที่ยว และหาปูแบบคูลๆ

“ของที่เอามาทำอาหารให้นักท่องเที่ยวกิน ก็มาจากของชาวบ้านเอง อุดหนุนกันเอง
เที่ยวแบบอื่น อิ่มแค่คนเดียวแต่เที่ยวแบบเนี้ย มันอิ่มด้วยกันหลายๆ คน”
ป้าสาว ระหว่างตัดกล้วยไปขายในตลาด

“พักร้อนนี้ไม่รู้จะเที่ยวไหน มาพักใจกับน้อง เดี๋ยวคล้องควายให้ขี่”
ฮยารอน และ ซีกัส
ผู้รู้จักชื่อควายทุกตัวในหมู่บ้าน

“ได้ส่งต่อความรู้ที่มีให้มันไม่ตายไปกับยาย เพราะพอนักท่องเที่ยวมาเห็น เขารู้สึกว่ามันมีคุณค่า ขายได้ ตอนนี้ลูกหลานก็เลยกลับมาสนใจอยากทำบ้าง”
ป้าประจิม เจ้าของโรงทำผ้าปาเต๊ะ

“การเที่ยวแบบวิถีชุมชนมันไม่ตายตัวอยู่แล้ว 
ชอบแบบไหนก็ไปเที่ยวแบบนั้น ถ้าบังเอิญเจอชาวบ้านเค้าเล่นว่าวกัน จะไปเล่นร่วมแจมกับเขายังได้เลยย”
หลี แชมป์ว่าวประจำหมู่บ้าน

อ้างอิง: Journey DChoojai


Jongjitr Smith
Jongjitr Smith
จงจิตร สมิทธิ์ ( ปุ๊กกี้ ) เสพติดงานโฆษณามากว่า 20 ปี จับสินค้ามามากมายตั้งแต่น้ำยาถูพื้นยันยาสีฟัน ชอบสอดส่องหาไอเดียเด็ดๆ จากงานครีเอทีฟทั่วโลก เก็บไว้ในสมองตัวเองไม่พอ เลยต้องมีเพจชื่อ ADdict เพื่อแชร์ไอเดียเด็ดๆ ปัจจุบันเป็น Creative Director เอเจนซี่โฆษณาขนาดกลาง เชื่อว่างานโฆษณาที่ดีใช้แค่ Creativity ไม่พอ แต่ต้องใช้ Humankind Creativity ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตสังคมและโลกไปในทางที่ดีขึ้นด้วย
Close Menu