Creative Citizen

It Will Be Green Again: เมื่อผู้ลี้ภัยเปลี่ยนทะเลทรายกลับเป็นป่า

“ตอนหนีออกมา ผมนึกแค่ว่าเราคงมาอยู่ในค่ายไม่กี่สัปดาห์แล้วก็ได้กลับบ้าน แต่นับถึงตอนนี้...ผมอยู่ที่นี่มา 4 ปีแล้ว” Abduraj Okoro หัวหน้าครอบครัววัย 44 ปีบอกเราไว้ในหนัง Okoro เป็นหนึ่งในครอบครัวชาวไนจีเรียที่ต้องหนีตายออกจากบ้านเกิดเมืองนอนหลังถูกกลุ่มก่อการร้ายโบโกฮารามคุกคามเอาชีวิต ค่าย Minawao ทางเหนือของประเทศแคเมอรูนกลายเป็นเป้าหมายการลี้ภัยของพวกเขา จากจุดเริ่มต้นหลักพัน ปัจจุบันขยายตัวเป็นหลักครึ่งแสน ปัญหาที่ตามมาคือการขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่ดีเพียงพอ และความจำเป็นที่ต้องตัดไม้มาเป็นเชื้อเพลิงหุงหาอาหารจนผืนป่าบริเวณที่ตั้งค่ายแทบแปรสภาพเป็นทะเลทรายแห้งแล้ง ใช่ ต่อให้เป็นเพียงผู้ลี้ภัย -ที่ถูกคนส่วนใหญ่ในโลกหมางเมิน หรืออาจถึงขั้นดูแคลน- ก็ปรารถนาจะมีชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์จะพึงมีได้ และยิ่งกว่านั้น ในหนังสั้น 10 นาทีเรื่องนี้ยังทำให้เราได้เห็นมุมที่กว้างไกลขึ้นอีกด้วยว่า พวกเขายังปรารถนาจะให้ผืนดินที่พวกเขาพึ่งพาศัยนั้นได้ฟื้นฟูสภาพต่อไปเพื่ออนาคต It…

Continue Reading

ศิลปินสตรีทอาร์ตร่วมจัดเวิร์คช็อปศิลปะในแคมป์ผู้ลี้ภัย เติมพลังแห่งความฝันให้เด็กๆ

ใครๆ ก็ต่างปรารถนาที่จะพบกับความผาสุกในชีวิต ประสบความสำเร็จมั่นคงในอาชีพการงาน มีครอบครัวและบ้านที่อบอุ่นเป็นปกติ ทว่าบนโลกใบนี้ความคาดหวังนั้นอาจไม่เกิดขึ้นจริง หลายชีวิตโดนผลักใสให้เจอะเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้ก่อแต่ต้องรับผลกระทบจากความรุนแรงอย่างสาหัส ต้องหนีไกลจากบ้านเกิด อพยพเร่ร่อนและหย่อนตัวลงในที่หลบภัยในศูนย์ผู้อพยพ และที่นี่ Schisto แคมป์ผู้ลี้ภัยในประเทศกรีซ Schisto เป็นศูนย์อพยพที่มีผู้คนมาจากหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งอัฟกานิสถาน, อิรัก, และซีเรีย เป็นที่พักพิงระหว่างการรอคอยที่จะได้ไปตั้งรกรากในประเทศไหนสักแห่ง หรือถ้าโชคดีก็อาจได้กลับบ้านเกิด เมื่อสงครามสิ้นสุด สภาพจิตใจของผู้คนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องการการเยียวยา โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ยังมีความฝันและทางเดินชีวิตอีกยาวไกล Danish Refugee Council ร่วมกับ aptART (Awareness…

Continue Reading

คืนความสงบสุขให้มาตุภูมิด้วยภาพเขียนผนังแคมป์ผู้ลี้ภัย

“ศิลปะขั้นสูงในการทำสงครามคือการเอาชนะคู่ต่อสู้โดยไม่ต้องรบ” เป็นคำพูดอันคมคายของนักปราชญ์ชาวจีน 'ซุนจื่อ' ซึ่งให้ความสำคัญกับทุกชีวิตแม้ในภาวะของสงคราม ทว่าโลกไม่อาจเดินบนกฎของการพูดจาหรือตกลงกันด้านผลประโยชน์ให้ลงตัวเสมอไป ภาพการสูญเสียและการทำลายล้างชีวิตจึงมีให้เห็นมาตลอดเวลา ท่ามกลางพิษภัยแห่งสงครามนั่นเองผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนต้องทิ้งบ้านช่องที่ตนรักกลายเป็นผู้อพยพบนพื้นที่ห่างไกล เฝ้ารออย่างเวิ้งว้างและมีความหวังว่า สักวันจะได้กลับไปสู่มาตุภูมิที่แสนอบอุ่น เช่นที่ตอนเหนือของประแทศ จอร์แดน นี่คือแคมป์ผู้อพยพที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก -  Za’atari Za’atari ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 แล้วก็ขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ จากวิกฤติสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรียที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ชาวซีเรียมากว่าแสนคนที่หนีภัยสงครามมารวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ทะเลทรายอันแห้งแล้ง เป็นมหานครแห่งผู้อพยพที่ต้องการความช่วยเหลือในทุกด้านไม่เพียงความเป็นอยู่และสุขอนามัยเท่านั้น แต่ด้านจิตใจก็เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนของที่นี่กำลังขาดแคลนการศึกษาและพัฒนาการด้านศิลปวัฒนธรรม the Za’atari Project เป็นโปรเจ็กต์อาร์ตที่จะเข้าไปเยียวยาและให้โอกาสพวกเขาได้ระบายความรู้สึกของตัวเองให้ชาวโลกได้เห็น ผ่านภาพเขียนบนกำแพงและฝาผนังของแคมป์ เปลี่ยนสีดินและทะเลทรายให้มีสีสันบอกเล่าความฝันถึงโลกในแบบที่เขาควรจะมีเช่นเดียวกับเพื่อนมนุษย์อื่นๆบนโลก Joel…

Continue Reading
Close Menu