Creative Citizen

The Tampon Book หนังสือสอดไส้ผ้าอนามัย ประท้วงภาษีผ้าอนามัยแพง

Reading Time: 2 minutes
291 Views

ผ้าอนามัย เป็นของจำเป็นสำหรับผู้หญิง แต่ในประเทศเยอรมนี ผ้าอนามัยกลับถูกมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือยที่ต้องเสียภาษี 19% เท่ากับไข่ปลาคราเวียร์! แล้วทำไมผู้หญิงต้องจ่ายเงินมากขึ้นกับสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน หรือเพราะภาษีผ้าอนามัยออกมาตั้งแต่ปี 1963 มีผู้ชายออกเสียง 499 คน ส่วนผู้หญิงมีเพียง 36 คน เท่านั้น?

Female Company บริษัทสตาร์ทอัพเกี่ยวกับผู้หญิง ร่วมกับ เอเจนซี่โฆษณา Scholz & Friends ในเบอลิน ขอประท้วงการเก็บภาษีผ้าอนามัยอย่างไม่แฟร์ของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงการคลังเยอรมันนีจ้องจะขึ้นจากผ้าอนามัยถึง 19% ส่วนดอกไม้ เห็ดทรัฟเฟิล หรือหนังสือ ที่เป็นของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เสียภาษีเพียง 7% เท่านั้น แต่ไอเดียของการประท้วงครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกร้องให้ผู้หญิงมาชุมนุมกัน แต่เป็นการออกหนังสือ The Tampon Book ที่ซ่อนผ้าอนามัยออร์แกนิก 15 ชิ้นอยู่ด้านใน จำหน่ายให้แก่ประชาชนในราคาถูก ขายที่ราคาประมาณ 3.11 ยูโร หรือประมาณ 108 บาท เพราะหนังสือเสียภาษีถูกกว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นการตบตารัฐบาลอบขายผ้าอนามัยในรูปแบบหนังสือ แต่ตั้งใจที่ตบไหล่คนออกกฎให้หนักๆ ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนเรื่องนี้กันเสียที

ผลตอบรับของหนังสือสอดไส้ผ้าอนามัยคือ ขายดิบขายดี ซึ่งตอนนี้ขายไปได้แล้ว 10,000 เล่ม จนต้องพิมพ์ครั้งที่สอง และยังได้รับการเรียกร้องให้ผลิตจำหน่ายเพิ่ม ซึ่งนอกจากผู้ซื้อจะได้ผ้าอนามัยในราคาถูกแล้ว ยังได้สาระความรู้เป็นของแถม เพราะภายในหนังสือ ยังบรรจุไปด้วยเนื้อหาและภาพประกอบเก๋ๆ 46 หน้า เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประจำเดือนย้อนลึกไปถึงคัมภีร์ไบเบิล และแน่นอน…ยังมีการเชิญชวนให้ประชาชนชาวเยอรมันเข้าไปลงชื่อที่ Change.org เพื่อกดดันให้รัฐบาลเยอรมันแก้ไขเรื่องนี้ให้ถูกต้องเสียที

The Tampon Book เป็นอีกหนึ่งความคิดสร้างสรรค์ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้แก่สังคม ใช้วิธีการที่ง่าย  ส่งผลในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ไอเดียนี้ยังคว้ารางวัลสูงสุด Grand Prix ในประเภท PR จากงานคานส์ ไลออนส์อีกด้วย

  

   

อ้างอิง: The Female Company, Adweek


Jongjitr Smith
Jongjitr Smith
จงจิตร สมิทธิ์ ( ปุ๊กกี้ ) เสพติดงานโฆษณามากว่า 20 ปี จับสินค้ามามากมายตั้งแต่น้ำยาถูพื้นยันยาสีฟัน ชอบสอดส่องหาไอเดียเด็ดๆ จากงานครีเอทีฟทั่วโลก เก็บไว้ในสมองตัวเองไม่พอ เลยต้องมีเพจชื่อ ADdict เพื่อแชร์ไอเดียเด็ดๆ ปัจจุบันเป็น Creative Director เอเจนซี่โฆษณาขนาดกลาง เชื่อว่างานโฆษณาที่ดีใช้แค่ Creativity ไม่พอ แต่ต้องใช้ Humankind Creativity ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตสังคมและโลกไปในทางที่ดีขึ้นด้วย
Close Menu