Tribes: หนังสั้น 10 นาทีเล่าเรื่องสามโจรก่อการปล้น ‘ความเป็นมนุษย์’ ในรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

ทุกวันนี้การเล่าเรื่องเพื่อชี้นำเชิงศีลธรรมแบบเบ็ดเสร็จที่ว่าความดีต้องเป็นเช่นนี้เช่นนั้นเป็นเรื่องล้าสมัย และคงยากที่จะโน้มน้าวให้ใครเชื่อ เพราะนับวันความเป็นปัจเจกมีอิทธิพลต่อสังคมมากขึ้น แต่ละคนก็มีวิธีการเลือกกระทำและตัดสินอะไรถูกหรือผิดในแบบของตัวเอง การเล่าเรื่องเพื่อสอดแทรกแนวคิดอะไรที่ว่านั้นจึงต้องเลือกกลวิธีที่พลิกความคาดหมายของการชม และมีการกระตุกจิตสำนึกให้เกิดคำถามขึ้นในใจเพื่อที่จะหาคำตอบด้วยตัวเอง และที่สำคัญหากตัวละครนำเป็นบุคคลที่อยู่ในฐานะเท่าเทียมหรือต่ำกว่าผู้ชม ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกว่าถูกคนมานั่งสั่งสอนศีลธรรมลดน้อยลงไปด้วย ในหนังสั้นสิบนาทีเรื่อง Tribes นี้ก็ทำแบบนั้นในท่วงทำนองเสียดสี ตลกร้ายชวนขำ

ผู้กำกับฯ Nino Aldi และนักเขียนบท Andy Marlett สร้างภาพเหตุการณ์การปล้นของสามโจรในตู้โดยสารรถไฟใต้ดินในนิวยอร์ก ทว่ากลับกลายเป็นเรื่องโอละพ่อที่ชวนให้ขบคิดในหลากหลายประเด็น โจรสามคน จากสามเชื้อชาติและสีผิวที่มีบุคลิกนิสัยบนความแปลกแยก ขัดแย้งในตัวเองในเรื่องความเท่าเทียมและสีผิว แถมดันมีความเมตตาต่อเพื่อนร่วมเชื้อชาติเดียวกันเสียอีก เมื่อจำเป็นต้องปล้นก็เหมือนพาตัวเองไปสู่สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน เผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ในใจ ปมขัดแย้งนั้นก็ประทุออกมา แทนที่การปล้นจะเป็นสำเร็จลุล่วงโดยง่ายกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหาข้อสรุป ทั้งสามคนพยายามเฟ้นหาบุคคลที่สมควรโดนปล้นหรือละเว้นจากการปล้นมากที่สุด โดยที่ต้องได้รับฉันทามติจากเพื่อนร่วมทีมว่าใช่และเหมาะสม แล้วจะหาได้มั้ย ในเมื่อแต่ละเชื้อชาติไม่ว่าจะเป็นคนผิวดำ, อาหรับ, คนลาติน, เอเชีย หรือคนผิวขาวผู้ยากไร้ ล้วนมีบาดแผลจากชีวิต จากประวัติศาสตร์เชื้อชาติ ได้รับผลกระทบจากสังคม ต่างดิ้นรนหากินเลี้ยงชีวิตเหมือนกัน แถมรสนิยมทางเพศที่แต่ละคนมีในแบบของตน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเป็นผู้อพยพจากผลพวงการเมือง ความอดอยาก หรือในทางวิทยาศาสตร์บางคนที่เห็นภายนอกว่าสีผิวแตกต่างกลับมีดีเอ็นเอส่วนผสมของคนผิวสีอื่นอยู่ในนั้นด้วย การปล้นในตู้โดยสารรถคราวนี้จึงเป็นเกมแบ่งข้างหรือลิงจับหลัก ที่ทำให้เลือกไม่ได้ว่าใครคือผู้ที่มีความสุขสบายกว่าหรือเจ็บปวดกว่ากัน แม้กระทั่งโจรเองบางทีก็รู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของเหยื่อที่พวกเขากำลังจะปล้นด้วยซ้ำ จนกว่าการตัดสินนั้นจะลุล่วงในเวลาเพียงสิบนาทีซึ่งคำตอบอยู่ในท้ายเรื่อง ไม่ว่าการปล้นจะจบลงแบบไหนแต่กระสุนความคิดเรื่องความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็ยิงตรงมาทะลวงใจผู้ชมได้อย่างเจ็บปวด

เรื่องเล่าในหนึ่งฉาก one act play เรื่องนี้คล้ายการพาคนดูไปร่วมสถานการณ์ไต่สวนในศาลเพื่อพิพากษาคดีความเหลื่อมล้ำโดยทนายความโจรทั้งสามซึ่งเลือกกระทำการผิดกฎหมายเพื่อปากท้อง แม้จะมีความสับสนทางศีลธรรมในใจตัวเอง อันเป็นภาวะปรกติที่ทุกคนก็มีกัน ฟ้องร้องต่อผู้ชมถึงความมีอยู่ของความไม่เท่าเทียมกันในสังคม บางทีการปล้นอาจไม่ใช่แค่การปล้น แต่คือมุมมองที่เราทุกคนกระทำต่อเพื่อนรอบข้างอยู่โดยไม่รู้ตัว เช่น รู้สึกเหยียดหยันดูแคลนความแตกต่าง หรือในทางกลับกัน บางทีเราก็กำลังโดนคนอื่นปล้นอยู่ด้วยก็ได้ ถ้าสิ่งมีค่าในชีวิตไม่ใช่เพียงวัตถุเงินทอง แต่เป็นความเป็นมนุษย์ที่เราพึงมี

อ้างอิง: www.shortoftheweek.com, www.facebook.com/NinoAldiFilms, www.imdb.com

Tags

Tags: , ,

วรัญญู อุดมกาญจนานนท์

Art may not be the only way to brighten the world, but it is essential to create a beautiful life. รักงานสร้างสรรค์อิสระ...งานเขียนเป็นหนึ่งในนั้น เพราะตัวหนังสือคือความคิดที่เชื่อมโลกกับเราไว้ด้วยกัน

See all articles