Creative Citizen

Ecoproject ลดทอนดีไซน์ ลดการใช้สี ลดค่าพิมพ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม

Reading Time: 2 minutes
1,895 Views

“ทุกๆ การสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบแบรนด์มักจะส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมเสมอ เมื่อคุณดีไซน์โลโก้ออกมาสักชิ้น ยิ่งสำหรับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ นั่นก็หมายความว่าคุณกำลังวาดโลโก้นั้นเป็นล้านๆ ครั้ง เพราะมันจะถูกผลิตซ้ำๆ ในหลักล้านหรือพันล้าน แล้วยังมาในทุกฟอร์แมตอีก ซึ่งทั้งเงิน ทั้งธรรมชาติต้องถูกรบกวนแน่อยู่แล้ว”

Sylvain Boyer (ซิลแวง โบเยร์) นักออกแบบชาวฝรั่งเศสเริ่มสร้างโปรเจ็คต์ส่วนตัวเล็กๆ ของเขาในนาม Ecoproject เพื่อลดโอกาสการเกิดขึ้นของสิ่งที่เขาอ้างถึงข้างต้น จริงๆ แล้ว ไอเดียของ Ecoproject เกิดขึ้นหลังจากที่เขาออกแบบการ์ดวันเกิดให้กับลูกสาวคนแรก ในปี 2013 และค้นพบว่า การ์ดสีสันสวยงามบนหน้าจอคอมที่เขาบรรจงสร้างสรรค์นั้นมีค่าพิมพ์ที่แพงหูฉี่ เขาเลยลองลดทอนดีไซน์เดิมให้ใช้จำนวนสีน้อยลง ผลที่เกิดขึ้นคือ ราคาค่าพิมพ์ลดลง แถมยังปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย

โลโก้ของบรรดาบิ๊กเนมของโลกอย่าง McDonald’s, Starbucks, Coca-Cola, H&M, FedEx, Nike, LOUIS VUITTON ถูก Sylvain นำมารีดีไซน์ใหม่ แน่นอนว่าโครงสร้างเดิมไม่ได้ถูกรื้อจนหายเกลี้ยง เพราะหลักการทำงานของดีไซเนอร์ฝรั่งเศสคนนี้คือทุกโลโก้ที่เกิดขึ้นจะต้องสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ได้ดังเดิม ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม และประหยัดเงินในกระเป๋า โดยงานที่ Sylvain ออกแบบนั้นสามารถลดปริมาณการใช้หมึกพิมพ์ไปได้ราว 10-39% ยกตัวอย่างเช่น CocaCola ที่ประหยัดหมึกได้ 13.25% FedEx 18.19% H&M 23.96% Nike 24.33% และ Starbucks 38.57% เป็นต้น

แม้ว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่แนวคิดเรื่องผลกระทบจากการผลิตสิ่งพิมพ์ถูกให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งการเห็นสตูดิโอออกแบบสัญชาติดัตช์อย่าง SPRANQ ที่ดีไซน์ eco font ของ Sans Serif โดยเพิ่มรูเข้าไปในตัวฟอนต์เพื่อลดการใช้หมึกจากปริ้นเตอร์ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายหมึกพิมพ์ได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ หรือการที่ผู้ผลิตพยายามผลิตตลับหมึกให้สามารถนำมารีไซเคิลได้ แม้แต่เครื่องพิมพ์ราคาแพงที่เคลมว่าจะช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ปริมาณหมึกพิมพ์นั้นก็ยังถูกใช้อย่างฟุ่มเฟือยในระดับมหาศาลกว่านั้นมาก

Customer Reports เคยเปิดเผยตัวเลขคร่าวๆ ในช่วงปี 2013 ว่าหมึกพิมพ์นั้นมีราคาอยู่ที่ $13-$75 (ราวๆ 400-2,400 บาท) ต่อออนซ์ หรือ $1,664-$9,600 (ราว 52,000-300,000 บาท) ต่อแกลลอน ซึ่งนับเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำที่มีราคาแพง ขนาดที่ว่ามีการจัดอันดับให้หมึกพิมพ์ (โดยเฉพาะสีดำ) รั้งอันดับ 8 ใน 10 ของผลิตภัณฑ์ประเภทของเหลวที่แพงที่สุดในโลกกันมาแล้ว

ถ้ายังไม่เห็นภาพว่ามันส่งผลกระทบขนาดไหน คุณลองจินตนาการดูจากปริมาณการใช้งานของแก้วกระดาษ Starbucks ที่ถูกใช้ไปกว่า 670 ล้านถ้วยต่อปี แต่ละถ้วยใช้ปริมาณหมึกโดยเฉลี่ย 0.6 มิลลิลิตร ซึ่งหาก Ecobranding สามารถลดการใช้หมึกไปได้ 38% อย่างที่ Sylvain Boyer เคลมไว้ หมึกที่ใช้บนถ้วยก็จะเหลือแค่เพียง 0.0228 มิลลิลิตร ต่อถ้วย ซึ่งนั่นทำให้ประหยัดหมึกพิมพ์ไปได้ถึง 4,000 แกลลอนต่อปี

แม้ Ecoproject จะเป็นการเสนอแนวทางการประหยัดเพียงส่วนเล็กๆ แต่ความเล็กน้อยเมื่อถูกรวมเข้าด้วยกันจากการบริโภคของคนทั้งโลก หรือยิ่งกับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกที่ตราสัญลักษณ์ของพวกเขาต้องประทับลงบนทุกบรรจุภัณฑ์ เมื่อปริมาณหมึกถูกลดทอนลงได้ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและการใช้หมึกพิมพ์ รวมทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แบรนด์แล้ว มันยังส่งผลต่อเนื่องไปยังการประหยัดพลังงานที่ต้องใช้ในการสั่งพิมพ์ ซึ่งแน่นอนว่าคนและสิ่งแวดล้อมก็ได้รับผลกระทบน้อยจากกระบวนการทั้งหมดทั้งมวลนี้น้อยลงไปได้เช่นกัน




อ้างอิง: Ecobranding-Design


ING
ING
อดีตนักเขียนและบรรณาธิการบทความนิตยสาร art4d magazine ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระให้กับนิตยสารออนไลน์ด้านสถาปัตยกรรม ออกแบบ ศิลปะ สังคม และสุขภาพ ควบคู่ไปกับการสอนโยคะและพิลาทิส II After receiving her bachelor degree of art from the Faculty of Archaeology, Silpakorn University in Bangkok, Sudaporn worked as a contributing editor and editorial manager at art4d magazine, a Bangkok-based architecture, design and art magazine from 2004-2017. At present, Sudaporn is working as freelance writer and storyteller contributing various kinds of features from art, design, architecture, graphic, social entrepreneur and healthcare. She is also certified yoga instructor, certified Balanced Body® mat and reformer pilates instructor plus Polestar Pilates trained instructor where she establish her inner peacefulness and self-awareness through the practices and teaching.
Close Menu