Creative Citizen

The Once Project ไม้เท้าวิเศษที่ทำให้คนตาบอดเลือกสีและไซส์เสื้อเชิ้ตได้
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

The Once Project ไม้เท้าวิเศษที่ทำให้คนตาบอดเลือกสีและไซส์เสื้อเชิ้ตได้

ถ้าคนตาบอดต้องเลือกเสื้อผ้าใส่ไปงานศพ พวกเขาจะเลือกสีได้อย่างไร หรือแม้กระทั่งเวลาไปซื้อเสื้อผ้าใส่ พวกเขาใช้วิธีไหนกะขนาด?  The Once Project เป็นโปรเจ็กต์ของ จุ้ย - จิระชนะบริบูรณ์ชัย ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ที่เริ่มต้นจากการทำธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นเพื่อตอบสนองนี้ดตัวเองเป็นหลักโดยไม่สนใจตลาด เรียกว่าฉันอยากใส่แบบไหนฉันก็ขายแบบนั้นละ จนวันหนึ่งเมื่อธุรกิจไปได้ไม่สวยอย่างที่คิด จิระก็ถอยกลับมาคิดอย่างมีสติถึงคำว่าธุรกิจที่ยั่งยืน กระทั่งเมื่อลุงกับป้าของจิระซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันและเป็นผู้พิการทางสายตาด้วยกันทั้งคู่ เดินถือเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งมาให้จิระช่วยดูว่าสีที่ตัวเองหยิบมามันใช่สีดำหรือเปล่าเพราะกำลังจะออกไปงานศพ แต่เมื่อจิระหันไปดู ปรากฏว่ามันคือสีแดง ในช่วงเวลาไม่กี่นาทีนั้นจิระเกิดไอเดียว่าถ้าเราหาเทคนิคที่ทำให้ลุงกับป้าสามารถเลือกสีและขนาดของเสื้อผ้าที่ใส่ได้อย่างไม่พลาดก็น่าจะดี จิระจึงเอาแนวคิดนี้ทดลองผลิตเป็นเสื้อยืดขึ้นโดยนอกจากลายไม้เท้าสีขาวทางด้านหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อสารถึงผู้พิการทางสายตาแล้ว เมื่อเอานิ้วลูบลงไปที่โลโก้ทางด้านหลัง พวกเขาจะสามารถทราบได้ถึงขนาดและสีของเสื้อตัวนี้ จิระนำผลงานที่คิดค้นส่งเข้าประกวดโครงการไอเดียแลกล้านของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จนได้รางวัลเป็นทุนตั้งต้นในการนำมาพัฒนานวัตกรรม เพื่อต่อยอดธุรกิจสร้างความเท่าเทียมให้กับผู้พิการทางสายตาได้มีโอกาสเข้าถึงแบรนด์เช่นเดียวกันกับคนทั่วไป โดยมีคุณลุงของตัวเองเป็นแผนกคิวซีคนสำคัญ ปัจจุบัน..หนึ่งในผู้บริหารของ The Once Project…

Continue Reading

เปลี่ยนทางเข้าโรงไฟฟ้าถ่านหินทิ้งร้างให้กลายเป็นพื้นที่แสดงศิลปะสดใส

พื้นที่บางพื้นที่ดูเหมือนจะไม่มีความน่าสนใจ ขาดเสน่ห์ในการดึงดูดคนให้มาใช้พื้นที่ร่วมกัน หากแต่มีความคิดสร้างสรรค์และใช้ความงดงามของงานศิลปะมาเป็นตัวช่วยในการสร้างพื้นที่อันแห้งแล้งตรงนั้น ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตก็คงจะดีไม่น้อย อย่างที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ หากใครเป็นแฟนเพลงวง Pink Floyd ต้องเคยเห็นปกอัลบั้มชุดที่ 10 อย่าง Animals ที่เป็นรูปตึกแห่งหนึ่งอยู่ นั่นคือโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ชื่อ Battersea Power Station ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่สำคัญของอังกฤษในช่วงทศวรรษที่ 1930 และยังเป็นอีกหนึ่งปกคลาสสิกของวงการเพลงอีกด้วย  ปัจจุบันแม้โรงไฟฟ้าถ่านหิน Battersea Power Station ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์กลางกรุงลอนดอนจะปิดตัวไปตั้งแต่ปี 1975 แต่ตัวอาคารก็กลายเป็นอีกหนึ่งแลนมาร์คของเมืองลอนดอนที่คนจะต้องมาถ่ายรูปในจงได้ ขณะที่ก็มีข่าวว่า Apple จะเปลี่ยนตึกนี้ให้กลายเป็นสำนักงานของ…

Continue Reading

หนูทดลองหรือมนุษย์ทดลองกันแน่ The Human Experiment 2013

ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องราวของสารคดีน่าสนใจมากเรื่องนี้ ขอถามคุณสั้นๆว่า ในบ้านและที่ทำงานของคุณมีขวดน้ำยาอะไรบ้าง? น้ำยาเช็ดกระจก ล้างจาน ฉีดยุง ฉีดมด ล้างห้องน้ำ และอีกมากมายที่เราใช้ๆ กันทุกวันนี้ แลัวป้ายติดขวดก็บอกอยู่ว่าอันตรายนะจ๊ะ เวลาใช้ระวังนู่นนี่มากมาย เราเชื่อได้แค่ไหนว่าสารเดมีเหล่านั้นไม่ปนเปื้อนเข้าร่างกายหลังจากเราหยิบใช้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นี่แหละคือสาเหตุที่ทำไมแม้แต่นักแสดงชื่อดังอย่าง Sean Penn สนใจมาพากย์เสียงบรรยายในสารคดี เพราะมีอะไรอีกหลายอย่างที่คุณไม่รู้ใน The Human Experiment กว่าสี่สิบปีที่มีการนำน้ำยามากมากหลายหลายรูปแบบรวมทั้งสเปรย์มาใช้ในโลกของเรา และมนุษย์ก็ชื่นชมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งฉีดพ่นล้างกันอยู่ทุกวัน แต่จะมีกี่คนที่ลองคิดดีๆ ว่า แล้วที่เราใช้ไปนั้นกลับสู่ตัวเราทางใดทางหนึ่งบ้างหรือเปล่า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่บอกว่าปลอดภัยนั้น จริงหรือ? ในสารคดี…

Continue Reading

Fruitless: กรีนเฮ้าส์พลาสติกสีเขียวสดใส..มีชีวิตยิ่งกว่าพันธุ์ไม้

กรีนเฮ้าส์มีความหมายมากมายทั้งเป็นที่เพาะพันธุ์ไม้ปราศจากยาฆ่าแมลงและยังใช้พูดถึงผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนด้วย เพราะคาร์บอนโดนกักไว้ในโอโซนจนยากจะระบายออก ในปี 2015 ศิลปินคู่ชาวสวิสและเดนมาร์กจัดทำโปรเจ็กต์พื้นที่สีเขียวแนวใหม่ชือ Fruitless กรีนเฮ้าส์ในสไตล์สก๊อตที่พอมองปุ๊บก็เห็นสีเขียวใสได้ทันที แต่เดี๋ยวก่อน! ไม่มีต้นไม้สีเขียวสักต้น เป็นพลาสติกสีเขียวล้วนๆ ที่ทำขึ้นล้อเลียนต่างหาก Stephan Friedli กับ Ulrik Martin Larsen ทั้งคู่ใช่ชื่อ PUTPUT เป็นชื่อในการแสดดงงานร่วมกัน พวกเขาสนใจในงานด้านประติมากรรมและการถ่ายภาพ โดยเน้นด้านคอนเซ็ปต์ชั่นอาร์ต  ผลงานส่วนใหญ่ของพวกเขามักเจืออารมณ์ขัน โปรเจ็กต์ Fruitless ชิ้นนี้ก็เช่นกัน เป็นอารมณ์ขันที่สะท้อนความเป็นไปของสังคมและการเติบโตของพลาสติก ล้อเลียนพื้นที่สีเขียวที่มนุษย์ทำลายลงทุกวัน เป็นไปได้ไหมว่าโลกเรากำลังเพาะพันธุ์พลาสติกให้สวยงามแทนที่สิ่งมีชีวิตสีเขียวที่ให้ออกซิเจน และเป็นตัวฟอกอากาศ…

Continue Reading

Madmatter แบรนด์แฟชั่นไทยปลุกแนวคิด waste to worth ให้โลกแฟชั่นได้แบบสุดโดน

Fast Fashion หรือแฟชั่นราคาประหยัดที่มาเร็วไปเร็วคือหนึ่งธุรกิจที่ ‘สร้างขยะ’ และทำร้ายสิ่งแวดล้อมของเรามากที่สุดในปัจจุบัน จากตัวเลขสถิติของ Greenpeace ระบุว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคยุคใหม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่กันมากขึ้นถึงปีละ 60% แถมยังเทเสื้อผ้าเก่าทิ้งกันในระยะเวลาเร็วขึ้นกว่าเมื่อ 15 ปีก่อนถึงสองเท่า นั่นส่งผลให้ทุกๆ ปีเรามีเสื้อผ้าสภาพดีที่ต้องกลายเป็นขยะก่อนเวลาอันควรถึงกว่า 10 ล้านตัน - เป็นตัวเลขที่ชวนขนลุกใช่ไหมล่ะ? เทรนด์การบริโภคแฟชั่นอันน่าเป็นห่วงนี้ทำให้เราสะดุดกับวิธีคิดและแนวทางการผลิตของแบรนด์แฟชั่นไทยแบรนด์หนึ่งชื่อว่า Madmatter โดยสองผู้ก่อตั้ง/นักออกแบบของแบรนด์นี้มีความตั้งใจที่จะสร้างสินค้าไลฟสไตล์ออกขายในวิถีที่ยั่งยืนกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นแฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง Madmatter เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ บนเส้นทาง sustainable design ด้วยการค้นหาวัตถุดิบที่เป็นเสื้อผ้ามือสองจากญี่ปุ่นและผ้า dead stock…

Continue Reading
Close Menu