Creative Citizen

ทุกอาชีพล้วนสำคัญ ทำหน้าที่ตัวเองอย่างสุดกำลัง ก็สร้างประเทศให้ยิ่งใหญ่ได้

Reading Time: 2 minutes
102 Views

Frank Le Petit หรือ K-Narf เป็นศิลปินภาพถ่ายชาวฝรั่งเศสที่มักบอกว่าตนเองเป็นศิลปินที่แสร้งทำว่าเป็นช่างภาพ เหมือนกับเด็กๆ ที่ชอบเล่นสมมติตัวเองเป็นหมอ เป็นพยาบาล หรือครู เขาโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่โตเกียวตั้งแต่ปี 2014 และหลังจากนั้นราวสองปี ก็เริ่มต้นโปรเจ็กต์ที่น่าจะเป็นมาสเตอร์พีซชิ้นหนึ่งของเขา นั่นคือ Hatarakimono Project

ในภาษาญี่ปุ่น Hatarakimono แปลว่า คนที่ทำงานหนัก ส่วนในโปรเจ็กต์นี้ของ K-Narf เขาเริ่มต้นขึ้นจากการทำฉากหลังสำหรับถ่ายภาพ (backdrop) ขึ้นมาอันหนึ่ง โดยเป็น backdrop ในขนาดที่สามารถม้วนและหอบหิ้วขึ้นรถไฟไปไหนต่อไหนได้ แล้วเขาก็เดินทางไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อใช้ backdrop นี้ เป็นฉากหลังสำหรับถ่ายภาพ portrait ของคนที่เขาชื่นชอบมากที่สุด นั่นก็คือ hatarakimono หรือ เจ้าหน้าที่พนักงานหลากหลายอาชีพที่ต่างมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น พนักงานดับเพลิง พนักงานเสิร์ฟอาหาร เชฟ ช่างประปา นายสถานีรถไฟ ฯลฯ

ในการถ่ายภาพ portrait ของ hatarakimono แต่ละคนนั้น K-Narf จะถ่ายภาพพวกเขาที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์ม ทั้งหมด 3 ช็อต คือ ให้พวกเขายืนตรงหันหน้ามองกล้อง หันข้างซ้าย และข้างขวา โดยทุกครั้งที่ถ่ายภาพนั้น พนักงานเหล่านั้นก็เพิ่งจะสามารถปลีกตัวจากการทำงานมาถ่ายรูปกับเขาได้ และหลังจาก K-Narf ใช้เวลาถ่ายภาพพวกเขาเสร็จภายใน 2-3 นาที hatarakimono แต่ละคนที่ขยันขันแข็งและรับผิดชอบต่องานของตัวเองมาก ก็จะรีบกลับไปทำงานต่อทันที ซึ่งลักษณะนี้เองที่ K-Narf บอกว่ามันทำให้ภาพถ่าย portrait ของเขาเป็นธรรมชาติ ทำให้คนเหล่านั้นในภาพเป็นอย่างที่เขากำลังเป็นจริงๆ เพราะพวกเขาถูกถ่ายภาพนั้นขณะที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติงาน

กระบวนการอัดภาพออกมาของ K-Narf ก็น่าสนใจ เพราะเขาเลือกใช้อุปกรณ์ในการอัด/พรินต์ภาพที่ซื้อมาจากร้านขายของ DIY ทั้งนั้น (เหมือนกับที่เขาบอกว่าเขาเหมือนเด็กที่เล่นสมมติตัวเองเป็นอาชีพโน้นอาชีพนี้)​ โดยภาพ portrait ใน Hatarakimono Project นี้ ก็ใช้เทคนิคการอัดภาพที่เรียกว่า tape-o-graphic ที่ออกมาแล้วดูสนุกสนานขี้เล่น เป็นกันเอง ที่สำคัญดูธรรมดาจับต้องได้เหมาะสมกับอาชีพทั่วๆ ไปของคนตัวเล็กๆ ในภาพ แต่ถึงจะธรรมดา ภาพ tape-o-graphic เหล่านี้ก็ออกมาพิเศษและมีความสำคัญอีกเหมือนกัน ซึ่งนั่นก็น่าจะเข้ากันได้ดีกับสิ่งที่ K-Narf ต้องการบอกว่า ถึงจะเป็นอาชีพธรรมดาไม่ยิ่งใหญ่ แต่การเอาใจใส่กับการทำงานและรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดกำลัง ก็ทำให้งานเล็กๆ ของพวกเขาช่วยกันสร้างประเทศญี่ปุ่นที่แข็งแรงและยิ่งใหญ่ได้

ตั้งแต่ 30 มีนาคม จนถึง 5 พฤษภาคม 2562 นี้ K-Narf จะนำเอาผลงานภาพถ่ายชุดนี้ไปแสดงที่ Agnes b. galerie-boutique ในย่านอาโอยามะ ของโตเกียว จากนั้นจึงจะเวียนไปจัดแสดงที่เกียวโต โอซาก้า และในประเทศอื่นๆ ต่อไป

 

อ้างอิง: www.pechakucha.comwww.iso1200.comwww.spoon-tamago.com


Author:

Tunyaporn Hongtong
Tunyaporn Hongtong
ธันยพร หงษ์ทอง นักเขียน/นักแปล/บรรณาธิการอิสระ อดีต Arts & Feature Editor ของ Esquire (Thailand), Travel Editor/Feature Editor ของ Wallpaper* (Thailand) และ Co-Editor ของ art4d magazine ที่ผ่านมา ธันยพรยังมีผลงานวรรณกรรมตีพิมพ์ออกมา 2 เล่ม คือ 'ระหว่างทางกลับบ้าน' (ตุลาคม 2558) และ 'อาจารย์หมา' (กันยายน 2560) และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์บอนไซ (Bonsai Books)
Close Menu